เอไอเอสย้ำแนวคิด Always On Top และ Always Exclusive พร้อมเสริมด้วยสิ่งแปลกใหม่ เพื่อมัดใจกลุ่มเซเรเนด ล่าสุดสร้างสรรค์ 4 เมนูพิเศษโดยเชฟอิ๊ก-บรรณ บริบูรณ์พร้อมเสิร์ฟที่แบล็คแคนยอน
นางวิลาสินี พุทธิการันต์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส กล่าวว่าเซเรเนดเป็นหนึ่งในกระบวนการที่เอไอเอสดูแลลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้งานมากและอยู่นาน หรือเป็นการสร้างความผูกพันกับลูกค้าแบบยั่งยืนโดยใช้แนวคิดแบบเดิมภายใต้คอนเซ็ปต์ Always On Topและ Always Exclusiveที่สร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจ
'ปีที่ 6 ของเซเรเนดก็ยังใช้แนวคิดเดิม แต่หาสิ่งแปลกใหม่มาตอบสนองลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็พยายามขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย'
เอไอเอส เซเรเนดเป็นโปรแกรมการดูแลลูกค้ากลุ่ม High Value โดยเฉพาะทั้งที่มียอดการใช้งานสูงและมีอายุการใช้งานยาวนาน เริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงวันนี้นานกว่า5 ปีซึ่งมีลูกค้าในกลุ่มนี้ประมาณ 9 แสนราย ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำความเป็น Always Exclusive อีกครั้ง เอไอเอสจัดแคมเปญ Serenade Menu by IK เอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารได้สัมผัสรสชาติอาหารจากเมนูพิเศษโดย อิ๊ก-บรรณ บริบูรณ์ มารังสรรค์ 4 เมนูพิเศษได้แก่ สเต๊กแซลมอนซอสโหระพา , ไข่ฟริททาทาต้มยำกุ้ง, ข้าวผัดต้มข่าไก่ และข้าวเขียวหวานทะเลผัดแห้ง ซึ่งอยู่ในเมนูอาหารของร้านแบล็คแคนยอนตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ก.พ.2553
ลูกค้าเซเรเนดยังได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดอาหาร 10% ง่ายๆ เพียงแสดงโทรศัพท์มือถือที่ร้านแบล็คแคนยอน และคาเฟเนโร บายแบล็คแคนยอนทุกสาขาทั่วประเทศซึ่งขณะนี้มีกว่า 203 สาขา
'ช่วงแรกของการทำเซเรเนดมีการรับรู้จากตลาดประมาณ 37% แต่ขณะนี้มีมากถึง 92% เพราะลูกค้าได้สัมผัสจริงทำให้ยอดลูกค้าเซเรเนดที่ออกจากระบบมีเพียง0.5% เท่านั้นในขณะที่ยอดลูกค้าเอไอเอสทั้งระบบที่เลิกใช้บริการมีประมาณ 4% ซึ่งต่ำกว่าตลาดมาก แสดงให้เห็นว่าแนวทางการดูแลลูกค้าของเอไอเอสเดินมาถูกทางแล้ว'
วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
อินเทลอัดแคมเปญการตลาดออนไลน์ หนุนสร้างแบรนด์บน 3 แกนหลัก
อินเทลเปิดตัวกิจกรรม ‘Innovator of Thailand’ หนึ่งในแคมเปญการตลาดออนไลน์ล่าสุด หนุนการสร้างแบรนด์ใน 3 แกนหลัก สร้างความเข้าใจกับผู้บริโภค ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับอนาคต
นางดรรชนีพร พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า อินเทลได้มีการเปิดตัว 'Innovator of Thailand' หรือผู้สร้างสรรค์วัตกรรมเพื่ออนาคตของไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมการตลาดบนสื่อออนไลน์ล่าสุดในประเทศไทย ภายใต้แคมเปญการตลาดที่ใหญ่สุดของอินเทลที่มีชื่อว่า "Sponsors of Tomorrow" (SOT) เพราะมีการทำการตลาดทั้งในส่วนของสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ สื่อเอาท์ดอร์ รวมทั้งโปรโมชันส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกซื้อโปรเซสเซอร์ของอินเทลเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยแคมเปญการตลาดออนไลน์นี้ จะเปิดตัวครั้งแรกในงาน Commart Comtech Thailand'09 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2552 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ทั้งนี้ การสร้างแบรนด์ของอินเทลจะทำบน 3 แกนหลัก คือ มาสเตอร์แบรนด์อินเทล ซัปแบรนด์ซึ่งเป็นชื่อผลิตภัณฑ์ที่นำออกสู่ตลาด เช่น คอร์ i5 คอร์ i7 เป็นต้น และโปรดักต์แบรนด์ซึ่งก็คือตัวชิป แต่การสร้างแบรนด์ใน 3 ส่วนนี้ เป้าหมายหลักคือชื่ออินเทล
"การสร้างแบรนด์เราจะใช้สื่อต่างๆ ทั้งที่เป็นออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักอินเทลมากขึ้น โดยสองส่วนแรกเราจะใช้สื่อทั้งสองประเภทห้าสิบห้าสิบ ส่วนสุดท้ายจะโคกับพาร์ตเนอร์ โดยเน้นต่างจังหวัดเป็นหลักเพราะการใช้สื่อออนไลน์ยังไม่มากนัก"
สำหรับกิจกรรม Innovator of Thailand ได้สะท้อนความมุ่งมั่นและตอกย้ำให้เห็นความเป็นผู้นำของอินเทลในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับอนาคต โดยมุ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสำหรับไมโครโปรเซสเซอร์ หรือชิป ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญผลักดันให้เกิดรูปแบบชีวิตที่ทันสมัยสำหรับยุคดิจิตอลที่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ อินเทลไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตชิปแต่เป็นผู้สร้างสรรค์อนาคตและคิดค้นเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกสบาย รวมทั้งสร้างหลายสิ่งจากจินตนาการให้เป็นเรื่องจริงได้
"แคมเปญการตลาดตัวล่าสุดนี้เป็นการปรับให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใจว่านวัตกรรมที่อินเทลได้สร้างขึ้นมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วนั้น เป็นการนำความทันสมัย หรือรูปแบบชีวิตในอนาคตมาสู่ปัจจุบัน และสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังต้องการชี้ให้ผู้บริโภคเห็นว่าอินเทลไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำเทคโนโลยีมาสู่ผู้ใช้งานทุกคนอีกด้วย"
กิจกรรมครั้งนี้จะมุ่งเน้นการใช้สื่อออนไลน์เป็นหลักเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่หันมาบริโภคสื่อออนไลน์ และ social network มากขึ้น โดยมีการสร้างหน้าเว็บเพจและเนื้อหาที่เป็นภาษาไทย พร้อมทั้งกิจกรรมประกวดความคิดสร้างสรรค์มาให้แฟนๆของอินเทลได้ร่วมสนุกด้วย
"งบการตลาดปีนี้อินเทลได้มากขึ้นแต่ต้องมีไอเดียไปเสนอ การทำแคมเปญครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการขายของ แต่ต้องการทำให้ความเข้ากับผู้บริโภคมากกว่า"
นางดรรชนีพร พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า อินเทลได้มีการเปิดตัว 'Innovator of Thailand' หรือผู้สร้างสรรค์วัตกรรมเพื่ออนาคตของไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมการตลาดบนสื่อออนไลน์ล่าสุดในประเทศไทย ภายใต้แคมเปญการตลาดที่ใหญ่สุดของอินเทลที่มีชื่อว่า "Sponsors of Tomorrow" (SOT) เพราะมีการทำการตลาดทั้งในส่วนของสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ สื่อเอาท์ดอร์ รวมทั้งโปรโมชันส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกซื้อโปรเซสเซอร์ของอินเทลเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยแคมเปญการตลาดออนไลน์นี้ จะเปิดตัวครั้งแรกในงาน Commart Comtech Thailand'09 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2552 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ทั้งนี้ การสร้างแบรนด์ของอินเทลจะทำบน 3 แกนหลัก คือ มาสเตอร์แบรนด์อินเทล ซัปแบรนด์ซึ่งเป็นชื่อผลิตภัณฑ์ที่นำออกสู่ตลาด เช่น คอร์ i5 คอร์ i7 เป็นต้น และโปรดักต์แบรนด์ซึ่งก็คือตัวชิป แต่การสร้างแบรนด์ใน 3 ส่วนนี้ เป้าหมายหลักคือชื่ออินเทล
"การสร้างแบรนด์เราจะใช้สื่อต่างๆ ทั้งที่เป็นออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักอินเทลมากขึ้น โดยสองส่วนแรกเราจะใช้สื่อทั้งสองประเภทห้าสิบห้าสิบ ส่วนสุดท้ายจะโคกับพาร์ตเนอร์ โดยเน้นต่างจังหวัดเป็นหลักเพราะการใช้สื่อออนไลน์ยังไม่มากนัก"
สำหรับกิจกรรม Innovator of Thailand ได้สะท้อนความมุ่งมั่นและตอกย้ำให้เห็นความเป็นผู้นำของอินเทลในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับอนาคต โดยมุ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสำหรับไมโครโปรเซสเซอร์ หรือชิป ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญผลักดันให้เกิดรูปแบบชีวิตที่ทันสมัยสำหรับยุคดิจิตอลที่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ อินเทลไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตชิปแต่เป็นผู้สร้างสรรค์อนาคตและคิดค้นเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกสบาย รวมทั้งสร้างหลายสิ่งจากจินตนาการให้เป็นเรื่องจริงได้
"แคมเปญการตลาดตัวล่าสุดนี้เป็นการปรับให้ผู้บริโภคสามารถเข้าใจว่านวัตกรรมที่อินเทลได้สร้างขึ้นมาเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วนั้น เป็นการนำความทันสมัย หรือรูปแบบชีวิตในอนาคตมาสู่ปัจจุบัน และสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร นอกจากนี้ ยังต้องการชี้ให้ผู้บริโภคเห็นว่าอินเทลไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำเทคโนโลยีมาสู่ผู้ใช้งานทุกคนอีกด้วย"
กิจกรรมครั้งนี้จะมุ่งเน้นการใช้สื่อออนไลน์เป็นหลักเพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่หันมาบริโภคสื่อออนไลน์ และ social network มากขึ้น โดยมีการสร้างหน้าเว็บเพจและเนื้อหาที่เป็นภาษาไทย พร้อมทั้งกิจกรรมประกวดความคิดสร้างสรรค์มาให้แฟนๆของอินเทลได้ร่วมสนุกด้วย
"งบการตลาดปีนี้อินเทลได้มากขึ้นแต่ต้องมีไอเดียไปเสนอ การทำแคมเปญครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการขายของ แต่ต้องการทำให้ความเข้ากับผู้บริโภคมากกว่า"
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
“คณิตศาสตร์ประกันภัย" รับประกันเรียนเลขไม่ตกงาน
พ่อแม่ที่มีลูกเก่งเลขอาจลังเลที่จะให้ลูกเรียนคณิตศาสตร์อย่างจริงจัง เพราะไม่รู้ว่าจบแล้วจะทำงานอะไร ขณะที่ "นักคณิตศาสตร์ประกันภัย" กำลังเป็นที่ต้องการและขาดแคลนอย่างมาก สำหรับบริษัทเงินทุนและประกันภัย การันตีรายได้ 6 หลัก ซึ่งมีคนไทยเพียง 6 คนเท่านั้นที่มีคุณวุฒินี้
ธุรกิจประกันโตก้าวกระโดดสวนทางวิกฤตเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมประกันชีวิตเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ เพราะผ่านผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ถึง 2 ครั้งอย่างดีมาก โดยหลังวิกฤตปี 2540 บริษัทการเงินต่างๆ ล้มไปจำนวนมาก แต่บริษัทประกันชีวิตยังมีการเติบโตทุกปีเป็นตัวเลข 2 หลัก และในปี 2552 ขณะที่บริษัทอื่นเติบโตติดลบ แต่บริษัทประกันเติบโตถึง 15% ซึ่งคาดว่าจะเป็นเลขเดียวกันนี้ถึงสิ้นปี
ข้อมูลจากพันธ์พร ทัพพะรังสี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวไว้ในวงเสวนา "วิทยาศาสตร์ทำเงิน" (ประกันไม่ตกงาน)” เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา
“ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ฯ เติบโตแบบก้าวกระโดดมาตลอดในรอบ 10 ปี ซึ่งไม่น่าจะต่ำกว่า 25% เบี้ยประกันภัยปีแรกอยู่ที่ 300 ล้านบาทต่อปี ตอนนี้เบี้ยประกันอยู่ที่ 700 ล้านบาทต่อดือน เหตุผลนั้นแม้อุตสาหกรรมจะไม่ได้รับความสนใจนัก แต่จริงๆ แล้วมีประโยชน์มากถ้ารู้จักใช้ ช่วงปี 2540-2541 อัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 12-13% สิ้นปี 2551 ขึ้นมาถึง 20% เมื่อเปรียบเทียบประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นอัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 130% ดังนั้นเรายังมีความสามารถที่จะเติบโตไปอีกมาก" พันธ์พรกล่าว
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสของไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ฯ ยังบอกด้วยว่า อุตสาหกรรมประกันภัยทั้งระดับโลก และในระดับประเทศขาดแคลนนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งเป็นที่ต้องการของทุกบริษัท พร้อมทั้งรับรองว่าผู้ที่เรียนทางด้านนี้ไม่ต้องหางาน เพราะจะมีคนเข้าไปหาเอง โดยอัตราเงินเดือนจะเพิ่มค่าจ้างในส่วนที่เป็นสาขาขาดแคลนด้วย
ทางด้านพิเชษฐ เจียรมณีทวีสิน นักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายคณิตศาสตร์ประกันภัย บริษัทอเมริกันอินเตอร์เนชันแนลแอสชัวรันส์ จำกัด หรือเอไอเอ เพิ่งเข้ามาประจำสาขาประเทศไทยได้ไม่กี่วัน หลังจากประจำอยู่ที่ฮ่องกง 6 ปี โดยเขาได้บอกกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการว่า นักคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือแอคชัวรี (Actuaries) คือนักวิเคราะห์ความเสี่ยง ที่มีทักษะทั้งด้านคณิตศาสตร์ สถิติศาสตร์ การเงิน และมีความเชี่ยวชาญในการประเมินผลกระทบทางการเงินจากความไม่แน่นอนในปัจจุบันและเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ธุรกิจประกันโตก้าวกระโดดสวนทางวิกฤตเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมประกันชีวิตเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ เพราะผ่านผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ถึง 2 ครั้งอย่างดีมาก โดยหลังวิกฤตปี 2540 บริษัทการเงินต่างๆ ล้มไปจำนวนมาก แต่บริษัทประกันชีวิตยังมีการเติบโตทุกปีเป็นตัวเลข 2 หลัก และในปี 2552 ขณะที่บริษัทอื่นเติบโตติดลบ แต่บริษัทประกันเติบโตถึง 15% ซึ่งคาดว่าจะเป็นเลขเดียวกันนี้ถึงสิ้นปี
ข้อมูลจากพันธ์พร ทัพพะรังสี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวไว้ในวงเสวนา "วิทยาศาสตร์ทำเงิน" (ประกันไม่ตกงาน)” เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา
“ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ฯ เติบโตแบบก้าวกระโดดมาตลอดในรอบ 10 ปี ซึ่งไม่น่าจะต่ำกว่า 25% เบี้ยประกันภัยปีแรกอยู่ที่ 300 ล้านบาทต่อปี ตอนนี้เบี้ยประกันอยู่ที่ 700 ล้านบาทต่อดือน เหตุผลนั้นแม้อุตสาหกรรมจะไม่ได้รับความสนใจนัก แต่จริงๆ แล้วมีประโยชน์มากถ้ารู้จักใช้ ช่วงปี 2540-2541 อัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 12-13% สิ้นปี 2551 ขึ้นมาถึง 20% เมื่อเปรียบเทียบประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นอัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 130% ดังนั้นเรายังมีความสามารถที่จะเติบโตไปอีกมาก" พันธ์พรกล่าว
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสของไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ฯ ยังบอกด้วยว่า อุตสาหกรรมประกันภัยทั้งระดับโลก และในระดับประเทศขาดแคลนนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งเป็นที่ต้องการของทุกบริษัท พร้อมทั้งรับรองว่าผู้ที่เรียนทางด้านนี้ไม่ต้องหางาน เพราะจะมีคนเข้าไปหาเอง โดยอัตราเงินเดือนจะเพิ่มค่าจ้างในส่วนที่เป็นสาขาขาดแคลนด้วย
ทางด้านพิเชษฐ เจียรมณีทวีสิน นักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายคณิตศาสตร์ประกันภัย บริษัทอเมริกันอินเตอร์เนชันแนลแอสชัวรันส์ จำกัด หรือเอไอเอ เพิ่งเข้ามาประจำสาขาประเทศไทยได้ไม่กี่วัน หลังจากประจำอยู่ที่ฮ่องกง 6 ปี โดยเขาได้บอกกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการว่า นักคณิตศาสตร์ประกันภัยหรือแอคชัวรี (Actuaries) คือนักวิเคราะห์ความเสี่ยง ที่มีทักษะทั้งด้านคณิตศาสตร์ สถิติศาสตร์ การเงิน และมีความเชี่ยวชาญในการประเมินผลกระทบทางการเงินจากความไม่แน่นอนในปัจจุบันและเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
.jpg)